top of page

มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
LEK-PRAPAI VIRIYAHPANT FOUNDATION


“งานบุญหลวง” ที่ด่านซ้าย
เผยแพร่ครั้งแรก 1 ส.ค. 2551 งานบุญหลวงที่ด่านซ้ายเป็นการรวมเอา “งานบุญพระเวส” ซึ่งเป็นฮีตเดือน ๔ และ “งานบุญบั้งไฟ” ฮีตเดือน ๖ เข้าด้วยกัน ในช่วงเดือน ๘ ข้างขึ้น เป็นการสร้างศรัทธาและสร้างขวัญกำลังใจให้กับการเริ่มต้นฤดูเพาะปลูกที่จะมีขึ้น งานบุญหลวงซึ่งมีการเล่นผีตาโขนในการแห่บุญพระเหวดหรือบุญพระเวสเป็นการผสมผสานระหว่างพุทธศาสนาและความเชื่อของท้องถิ่นเข้าด้วยกัน งานบุญหลวงของอำเภอด่านซ้ายจัดขึ้นที่วัดโพนชัย อันเป็นวัดสำคัญในท้องถิ่น ประเพณีและพิธีกรรมเริ่มตั้งแต่ วันแต่ง..
เหมือนพิมพ์ สุวรรณกาศ
18 ก.ค. 2567


จากราชดำเนินสู่ราษฎรดำเนิน : ความหมายและความทรงจำที่ ถูก เปลี่ยนแปลง
เผยแพร่ครั้งแรก 1 ส.ค. 2551 บรรยากาศในงานเสวนาร้านหนังสือริมขอบฟ้า เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา มูลนิธิเล็ก–ประไพ วิริยะพันธุ์ จัดการเสวนา ณ ร้านหนังสือริมขอบฟ้า เรื่อง “ราชดำเนิน–ราษฎรดำเนิน: ความหมายและความทรงจำ” โดยมีรองศาสตราจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม ที่ปรึกษามูลนิธิฯ และอาจารย์ชาตรี ประกิตนนทการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ให้เกียรติเป็นวิทยากรนำการเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้เข้าร่วมเสวนา ท่ามกลางถนนหลากสายในประเทศไทย ถนนสายหนึ่งตั้งอยู่กลางกรุ
ปิยชาติ สึงตี
18 ก.ค. 2567


ตลาดน้ำ ความต้องการของคนใน
เผยแพร่ครั้งแรก 1 ธ.ค. 2551 บริเวณโดยรอบตลาดน้ำตลิ่งชัน ริมคลองชักพระ ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ยากนักที่จะเกิดตลาดน้ำขึ้นในท้องถิ่นหนึ่งๆ แต่ยากยิ่งกว่าถ้าตลาดน้ำนั้นดำรงอยู่อย่างมั่นคงและยาวนาน… ตลอดปี ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้เดินทางไปยังตลาดน้ำหลายแห่งที่มีขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ และละแวกจังหวัดใกล้เคียง จึงเกิดความเข้าใจอย่างแจ่มชัดว่า ความสามัคคีและความเข้าใจในท้องถิ่นย่อมผลักดันให้ “ตลาดน้ำ” ยังคงอยู่ ตลาดน้ำในไทย ส่วนใหญ่อยู่บริเวณภาคกลางที่มีแม่น้ำลำคลองมาบรรจบกัน ถือเป็นวิถีช
เหมือนพิมพ์ สุวรรณกาศ
18 ก.ค. 2567


คลองคูเมืองธนบุรีฝั่งตะวันตก เหลือฐานะแค่ ท่อระบายน้ำ
เผยแพร่ครั้งแรก 1 ก.พ. 2552 “กรุงธนบุรียังไม่มีกำแพงเป็นที่มั่น จะได้ป้องกันราชศัตรูหมู่ปัจจามิตร ยังหาเป็นภูมิราชธานีไม่... ให้เกณฑ์ไพร่พลในกรุง พลหัวเมือง มาระดมกันทำค่ายฟากตะวันตก ตั้งแต่มุมกำแพงเมืองเก่าที่ตั้งเป็นพระราชวัง แล้วให้ขุดคลองหลังเมือง แต่คลองบางกอกน้อยมาออกคลองบางกอกใหญ่ เอามูลดินขึ้นถมเป็นเชิงเทินข้างในทั้งสามด้าน” จากข้อความใน พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา ข้างต้น ชี้ให้เห็นถึงพระราโชบายของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เมื่อครั้งทรงพัฒนาเมืองธนบุรีให้เหมาะต่
ภาณุพงษ์ ไชยคง
17 ก.ค. 2567


ชุมชนวัดขนอน วิถีแห่งสายน้ำไม่หวนกลับ
เผยแพร่ครั้งแรก 1 เม.ย. 2552 วัดขนอนคงเป็นที่คุ้นหูของใครหลาย ๆ คนผ่านงานนาฏศิลป์หลวงที่ถูกส่งผ่านให้กับชาวบ้านอย่างเช่นหนังใหญ่ที่ยังคงอนุรักษ์เก็บไว้และเหลือเพียงไม่กี่คณะในประเทศไทย แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า ชุมชนวัดขนอนมีเรื่องราวความเป็นมาและวิถีชีวิตที่น่าสนใจเฉพาะตัวในแบบคนลุ่มน้ำแม่กลอง วัดขนอน ศูนย์รวมจิตใจของชุมชนมายาวนาน ย่านหลากกลุ่มชน วัดขนอน เป็นชื่อของชุมชนหมู่ ๔ ตำบลสร้อยฟ้า อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี อยู่ห่างจากตัวอำเภอโพธารามประมาณ ๔ กิโลเมตร ชุมชนแห่งนี้เ
ปกรณ์ คงสวัสดิ์
17 ก.ค. 2567


จากโรงสีไฟถึงบ้านนกแอ่นที่ปากพนัง
เผยแพร่ครั้งแรก 1 เม.ย. 2552 “อำเภอปากพนังนี้ได้ทราบอยู่แล้วว่าเป็นที่สำคัญอย่างไร แต่เมื่อไปถึงที่ ยังรู้สึกว่าตามที่คาดคะเนนั้นผิดไปเป็นอันมาก ไม่นึกว่าจะใหญ่โตมั่งคั่งถึงเพียงนี้…เป็นที่นาอุดมดี ข้างจีนกล่าวกันว่าดีกว่านาคลองรังสิต แลมีที่ว่างเหลืออยู่มาก จะทำนาได้ใหญ่กว่าที่มีอยู่แล้วเดี๋ยวนี้อีก ๑๐ เท่า เขากะกำลังทุ่งนั้นว่าถ้ามีนาบริบูรณ์ จะตั้งโรงสีไฟได้ประมาณ ๑๐ โรง…นาทั้งมณฑลนครศรีธรรมราชไม่มีที่ไหนสู้...บรรดาเมืองท่าในแหลมมลายูฝั่งตะวันออก เห็นจะไม่มีแห่งใดดีเท่าปาก
ภาณุพงษ์ ไชยคง
17 ก.ค. 2567


ความหมายที่เลื่อนไหลของหนังใหญ่วัดขนอน
เผยแพร่ครั้งแรก 1 มิ.ย. 2552 หนังใหญ่แฝงไว้ด้วยความเชื่อ เห็นได้จากก่อนทำการแสดงทุกครั้งจะต้องมีการไหว้ครูหนังใหญ่ก่อน ปัจจุบันหนังใหญ่วัดขนอนจะจัดแสดงเพื่อการเผยแพร่และอนุรักษ์ให้หนังใหญ่สืบทอดต่อไป ในการทำความเข้าใจวัฒนธรรม ส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่หยุดนิ่ง ไม่เคลื่อนไหว แต่เอาเข้าจริง วัฒนธรรมกลับมีท่วงทำนองที่ปรับเปลี่ยนไปตามเงื่อนไขต่าง ๆ เหมือนเช่นหนังใหญ่ที่มีความหมายแตกต่างกันไปตามยุคตามสมัย หนังใหญ่นั้นสามารถแบ่งได้เป็น ๒ ประเภท คือ “หนังใหญ่หลวง” และ
ปกรณ์ คงสวัสดิ์
17 ก.ค. 2567


จากมหาวาตภัยถึงชายฝั่งพังทลายที่แหลมตะลุมพุก
เผยแพร่ครั้งแรก 1 ส.ค. 2552 “ยี่สิบห้าตุลาคมวันลมจัด พฤหัสบดีปีศูนย์ห้า (๒๕๐๕) ปากพนังทั้งถิ่นกินน้ำตา ประสบวาตภัยประลัยลาญ คลื่นระดมลมโหมเสียงโครมครึก ทะเลกึกก้องห้องละหาน ฟ้าคำรณฝนหนักคัดนานต์ สะเทือนสะท้านทั่วสิ้นจบดินแดน...” กวีบทแรกใน “นิราศแหลมตะลุมพุกพิลาป” ข้างต้นซึ่งถ่ายทอดโดย ครูตรึก พฤกษะศรี ชาวปากพนังที่อยู่ในเหตุการณ์พายุโซนร้อน “แฮเรียต” พัดถล่มแหลมตะลุมพุก ในช่วงค่ำของวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๕...
ภาณุพงษ์ ไชยคง
17 ก.ค. 2567


รอยเงาเชิดไหว ก่อนมีหนังใหญ่กรุงสยาม
เผยแพร่ครั้งแรก 1 ต.ค. 2552 การเล่นหนังเงาของไทยเช่นหนังใหญ่ถือเป็นการละเล่นที่เก่าแก่ ปรากฏหลักฐานในกฎมนเทียรบาลเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๐๑ กล่าวถึงการเล่นหนังใหญ่ไว้ว่าเป็นมหรสพที่เป็นที่นิยมของชาวกรุงศรีอยุธยา แต่ก่อนหน้านั้น หนังเงามีการเชิดไหวมาเนิ่นนานเป็นที่แพร่หลายทั่วไป จากหลักฐานเบื้องต้นที่พบเป็นไปได้ว่าหนังเงามีต้นกำเนิดในแถบเอเชีย เพราะมีการค้นพบศิลปวัตถุเก่าแก่ที่คาดว่าน่าจะเป็นหุ่นเงาในประเทศต่าง เช่น จีน อินเดีย มลายู เป็นต้น การเล่นหุ่นเงาหนังไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในกล
ปกรณ์ คงสวัสดิ์
17 ก.ค. 2567


พิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนไทยกับการพลิกฟื้น ตำรายาโบราณที่ อภัยภูเบศร
เผยแพร่ครั้งแรก 1 ก.พ. 2553 หากกล่าวถึง “อภัยภูเบศร” หลายท่านคงนึกถึงผลิตภัณฑ์และยาจากสมุนไพรของไทยรวมถึงชื่อโรงพยาบาลขึ้นชื่อจนเป็นที่ยอมรับในหมู่ประชาชนที่ต้องการทางเลือกในการรักษาสุขภาพ โดยเห็นได้จากยาสมุนไพรที่โรงพยาบาลผลิตออกสู่ท้องตลาด กลายเป็นสินค้าในตลาดยาสมุนไพรไทยที่มีคุณภาพสูง เนื่องจากมีกรรมวิธีในการแปรรูปยาสมุนไพรไทยที่รับประทานยากมาบรรจุในแคปซูลที่ทันสมัย ง่ายต่อการบริโภค ความนิยมในตัวยาสมุนไพรของที่นี่ นอกจากมีแหล่งจำหน่ายทั่วประเทศแล้ว ทุกวันก็จะกลุ่มนักท่องเ
ภาณุพงษ์ ไชยคง
17 ก.ค. 2567


การผนวกรัฐพิธีสู่พิธี "กรรมเมือง" ของท้องถิ่นที่แม่สาย
เผยแพร่ครั้งแรก 1 เม.ย. 2554 แม่สายเคยเป็นหมู่บ้านขนาดเล็กเมื่อครั้งก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ แต่ความเป็นช่องทางเดินทางผ่านเทือกเขาแดนลาวที่เรียกว่า “ฮ่องลึก” ทำให้เป็นด่านพรมแดนโดยธรรมชาติ ผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ทั้งที่อาศัยอยู่บนพื้นราบและชาวเขาต่างอาศัยเดินทางผ่านและโยกย้ายกลุ่มไปมาตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ทำให้เกิดชุมชนบ้านเมืองเก่าแก่ เช่นที่เวียงโบราณเชิงเขาต่อกับทุ่งราบใกล้เมืองแม่สายในปัจจุบันที่เรียกว่า “เวียงพางคำ” ร่องรอยการขุดลำเหมือง “เหมืองแดง” ที่ชักน้ำจากลำน้ำสายมา
วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
17 ก.ค. 2567


พิธีสุหนัตของบรรดาลูกหลานแขกมอญ ทุ่งครุ
เผยแพร่ครั้งแรก 1 มิ.ย. 25542 ในบรรดากลุ่มชนมุสลิมในกรุงเทพฯ และเขตปริมณฑล ชาวมลายูมุสลิมจัดเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีอยู่มากกว่ากลุ่มชาติพันธุ์อื่น ด้วยเข้ามาตั้งถิ่นฐานหลายครั้งหลายช่วงเวลา ตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงยุคต้นรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะในช่วงรัชกาลที่ ๑ ถึงรัชกาลที่ ๓ ได้ส่งกองทัพไปตีหัวเมืองปัตตานีอยู่เนือง ๆ ชาวมลายูที่เข้ามาส่วนใหญ่ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่รอบนอกพระนคร ทั้งปทุมธานี นนทบุรี พระโขนง มีนบุรี หนองจอก ปากลัด ไปจนถึงนครนายก ฉะเชิงเทรา ฯลฯ
-
17 ก.ค. 2567


บ้านทวาย สิ้นชื่อ สิ้นคน เหลือแต่ยำทวาย
เผยแพร่ครั้งแรก 1 มิ.ย. 2555 อุโบสถหลังเก่าของวัดดอนทวายหรือวัดบรมสถลซึ่งถูกรื้อทิ้งแล้วสร้างใหม่ ปัจจุบันเมื่อพูดถึงคำว่า ‘ทวาย’ คนทั่วไปมักไพล่คิดไปถึงมะม่วงทะวายหรือผลไม้ที่ออกผลไม่ตรงตามฤดูกาล หรือไม่ก็นึกถึงโครงการอภิมหาโปรเจ็คต์ที่กำลังมีการก่อสร้างทางหลวงจากเขตบ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า จ.กาญจนบุรี ข้ามเขาไปยังเมืองทวายในพม่า ตามโครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรม อันถือเป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ ด้วยวงเงินลงทุนถึง ๔ แสนล้านบาท น้อยคนที่จะนึกถึงว่า ทวาย.
สุดารา สุจฉายา
17 ก.ค. 2567


สถูปเจ้าฟ้าอุทุมพรและลูกหลานชาวโยดะยาในพม่า คุณหมอ ทิน มอง จี
เผยแพร่ครั้งแรก 1 ธ.ค. 2555 เรื่องราวของสถูปชานเมืองอมรปุระซึ่งตั้งอยู่ในสุสานลินซิน-กอง ใกล้กับปลายด้านหนึ่งของสะพานอูเบงอันโด่งดัง ที่สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นสถูปบรรจุอัฐิของพระมหากษัตริย์จากกรุงศรีอยุธยาก่อนที่จะเสียแก่พม่าเมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๐ อดีตกษัตริย์ผู้ถูกกวาดครัวอพยพไปพร้อมกับคนจากฝั่งสยามอีกไม่น้อย ข้ามเทือกเขารอนแรมไปยังพม่า พระองค์ท่านอยู่ในเพศบรรพชิตจนมรณภาพที่พม่าเมื่อราว พ.ศ. ๒๓๓๙ (จากเอกสารทางฝ่ายพม่าและฝ่ายไทย) แต่หลายคนยังสงสัยว่าสถูปนี้คือที่บรรจุอัฐิของเจ้าฟ้าอุท
วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
17 ก.ค. 2567


ฟื้นพลังความสัมพันธ์เครือญาติสายผู้ดูแลพระเพลา นางเลือดขาวฉบับวัดเขียนบางแก้ว จากการสร้างประวัติศาสตร์แห่งชาติสู่กระบวนการสร้างประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
เผยแพร่ครั้งแรก 1 ก.ย. 2556 บ้านของนายคลุ้มและนางพุ่ม ชูสุวรรณ ครอบครัวผู้ดูแลพระเพลาและตกเป็นสมบัติ ของลูกสาวหนึ่งในแปดของตระกูล ซึ่งอยู่อาศัย สืบต่อจนถึงเจ้าของในปัจจุบันผู้เป็นหลานตาและยายทวด “เพลานางเลือดขาว” ฉบับวัดเขียนบางแก้ว ต้นฉบับเป็นกระดาษเพลาจารหรือเขียนด้วยเส้นดินสอดำ อักษรไทยย่อ ภาษาไทยจำนวน ๓๐ หน้า ๑๗๑ บรรทัด พรรณนาแบบร้อยแก้ว สันนิษฐานว่าน่าจะเริ่มบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรราวแผ่นดินสมเด็จพระมหาจักรพรรดิแห่งกรุงศรีอยุธยา ซึ่งครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. ๒๐๙๑-๒๑๑๑...
วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
17 ก.ค. 2567
bottom of page